1999 เป็นปีที่หนังแอ็คชั่นไซไฟอย่าง The Matrix กวาดทั้งรายได้และคำวิจารณ์จนกลายเป็นหนังฮิตประจำปีที่ผู้ชมทั่วโลกพูดถึง ยังไม่รวมไปถึงประเด็นที่หลบซ่อนอยู่ในหนังยังถูกนำมาวิเคราะห์ตีความกันจนถึงทุกวันนี้ แต่ด้วยความโดดเด่นมาก ส่งผลให้หนังไซไฟเรื่องอื่นๆในปีนั้นแถบจะถูกกลืนหายไปจากสารบบของผู้ชมไปในทันที

The Thirteenth Floor หนังแนวไซไฟ-ฆาตกรรม-สืบสวนสอบสวน ซึ่งเข้าฉายหลังจาก The Matrix ประมาณ 2 เดือน นอกจากจะล้มเหลวทางรายได้แล้ว คำวิจารณ์ก็ยังไม่สู้ดีนัก แถมมันยังกลายเป็นหนังที่คนส่วนมากลืมไปจากความทรงจำ ทว่าหลายปีให้หลังผู้ชมรุ่นหลังที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์ (กระทั่งตัวผมเองที่เพิ่งได้รับชมไปเมื่อไม่นาน) กลับพบว่าหนังเรื่องนี้ มีอะไรที่น่าสนใจและหนังมาผิดที่ผิดเวลาเท่านั้นเอง

แฮนนอน ฟูเลอร์ (อาร์มิน มูลเลอร์-สตาลห์) เจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์และนวัตกรรม โดยตัวเองได้ค้นพบความจริงบางอย่างในโลกจำลอง ซึ่งเป็นยุคสมัยปี 1937 ไม่นานนักแฮนนอนถูกฆ่าตาย ทำให้ตำรวจสืบสวนมาสอบปากคำดักลาส (เคร้ก ไบเออร์โก) เพราะเขาเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับโทรศัพท์จากแฮนนอน เหตุการณ์เริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อเจน ฟูลเลอร์ (เกรทเชน โมล) ได้อ้างตัวว่าเธอคือลูกสาวของแฮนนอน ซึ่งเธอเคยมีปากเสียงกับพ่อตัวเอง มิหนำซ้ำเธอยังรู้สึกแปลกใจที่พินัยกรรมถูกเปลี่ยนแปลงก่อนแฮนนอนตายเพียงสองวัน และคนที่ได้รับมรดกกลายเป็นดักลาส! อะไรคือความจริงกันแน่ และใครคือฆาตกรตัวจริง

The Thirteenth Floor ดำเนินเรื่องด้วยการสร้างปมปริศนาสำคัญ ว่าด้วยการตายของแฮนนอนว่าใครกันที่เป็นฆาตกร และอะไรคือสิ่งที่ชายคนนี้ได้พบในโลกเสมือน โดยระหว่างทางผู้ชมก็จะได้ทราบรายละเอียดทีละเล็กทีละน้อยเพื่อปะติดปะต่อสถานการณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน แต่เมื่อถึงจุดสำคัญแล้ว เมื่อประเด็นต่างๆคลี่คลายลง คนดูก็จะถูกตลบหลังอีกครั้งว่าสิ่งที่คนดูเข้าใจมาทั้งหมดนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด

แม้ว่าหนังจะไม่ได้เน้นปรัชญาล้ำลึกแบบ The Matrix แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า The Thirteenth Floor เป็นหนังที่ผ่านการคิดมาเยอะ ไม่ได้เป็นงานสุกเอาเผากิน น่าเสียดายที่ผู้กำกับอย่างโจเซฟ รัสนัค แทบจะไม่มีผลงานหนังยาวเรื่องไหนที่โด่งดังในวงกว้างอีกเลย

อยากจะแนะนำบรรดาคอหนังไซไฟหรือคนที่ชื่นชอบหนังหักมุมให้ลองดู The Thirteenth Floor ซึ่งตอนนี้หาชมได้ใน Netflix